| หน้าหลัก | ภาพกิจกรรม | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว |
รายการ
 วัดพรหมทินใต้ และแหล่งโบราณคดีบ้านพรหมทินใต้ - 22 พฤศจิกายน 2552

ประวัติ

           วัดพรหมทินใต้ และแหล่งโบราณคดีบ้านพรหมทินใต้ ตั้งอยู่ที่บ้านพรหมทินใต้ หมู่ที่ 11 ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรีไม่มีหลักฐานวาวัดพรหมทินใต้นั้นสร้างมาแต่เมื่อใด แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ท่านบอกว่าประมาณ 30-40 ปีก่อนมีการใช้สถานที่ของวัดเป็นโรงเรียนสำหรับใช้สอนเด็กๆในท้องถื่น และต่อมามีการสร้างโรงเรียนขึ้นทดแทน นั่นคือโรงเรียนบ้านพรหมทิน อญุ่กึ่งกลางระหว่างวัดพรหมทินและวัดพรหมทินเหนือ

การค้นพบซากโบราณสถาน

           โบราณสถานของวัดมีสภาพเป็นเนินดิน ที่ถูกสร้างทับลงบนตัวโบราณสถานเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เมืองพรหมทินใต้แผนที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มีลำน้ำโพนทองไหลผ่านทางด้านทิศตะวันออก เนินดินมีการปลูกทำไร่พริกและปรับเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ปัจจุบันยังคงเหลือแนวอิฐทางใต้ และคูเมืองเดิมบ้างทางทิศตะวันออก และมีพระอุโบสถตั้งอยู่ด้านบนเนินดิน มีฐานอิฐล้อมรอบตัวโบสถ์ ด้านหลังมีเจดีย์สามองค์แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเฉพาะฐานของเจดีย์เท่านั้น และนอกจากนี้ยังมีใบเสมาที่มีสภาพสมบูรณ์ประมาณ 5 ใบที่สามารถยังมองเห็นลวดรายได้อย่างชัดเจน และภายในพระอุโบสถก็มีพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านนิยมมาสักการบูชาอยู่เสมอ คำเล่าว่าเมื่อประมาณร้อยกว่าปีได้มีชาวอิสานที่เดินทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อทำการค้าวัวควาย และได้ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่จนกลายเป็นหมู่บ้านและสืบลูก

การตั้งถิ่นฐานของชาวบ้าน

           คำเล่าว่าเมื่อประมาณร้อยกว่าปีได้มีชาวอิสานที่เดินทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อทำการค้าวัวควาย และได้ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่จนกลายเป็นหมู่บ้านและสืบลูกสืบหลานมาจนถึงปัจจุบัน และในปัจจุบันชาวบ้านยังนิยมใช้ภาษาลาวในการพูดคุยและสนทนากันอยู่ และมีการสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน น่าเป็นที่ชื่นชบว่าชาวบ้านยังคงอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่นเอาไว้อยู่เสมอ


           วัดพรหมทินใต้ได้มีการขุดค้นพบพระพุทธรูปเก่าชื่อว่าพระพนัสบดี ปัจจุบันทางวัดได้จัดเก็บไว้ที่กุฏิของเจ้าอาวาส ก่อนที่ทางวัดจะขุดค้นพบพระดังกล่าวได้มีชายในหมู่บ้านคนหนึ่งชื่อ นายทอง โพธะนัน ได้นิมิตถึงพระพนัสบดี พอรุ่งเช้าได้นำวัวมากินหญ้าที่วัด และได้ทำการขุดตรงบริเวณที่ตนได้ฝันถึงอยู่หลายวัน แต่ก็ยังขุดไม่พบอะไร และเป็นที่            น่าแปลกว่าเมื่อนายทองขุดที่ไรก็ยิ่งรู้สึกง่วงนอน และในขณะเดียวกันนายสมบัติ ฉลาดคิด จึงได้ทำการติดต่อกับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เพื่อขอเครื่องมือในการขุดมาช่วยทำการขุดบริเวณดังกล่าว และอีกไม่นานก็ขุดพบก้อนหินประหลาดชิ้นหนึ่งในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2535 และหลังจากนั้นทางวัดได้ทำการติดต่อกรมศิลปากรเพื่อทำการตรวจสอบดูว่าสิ่งที่ขุดพบคืออะไร ซึ่งทำการตรวจสอบแล้วพบว่าสิ่งที่ขุดพบคือ พระพนัสบดี
           พระพนัสบดี วัดพรหมทินใต้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 1,200-1,300 ปี และเป็นศิลปะที่มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับศิลปะมอญในภาคกลาง แกะสลักจากหินสีดำ ประทับยืนบนหลังสัตว์ประหลาดซึ่งเป็นสัตว์ที่เกิดจากจินตนาการ องค์ประทับยืนจีวรห่อหุ้ม พระเกศาหมุ่น พระกรรณยาวจรดพระพาหา พระหัตถ์ทั้งสองข้างตั้งฉากกับพระวรกาย กริยาทรงแสดงธรรม ความสูงจากพระบาทถึงพระเกศ 21 เซนติเมตร วัดพรหมทินใต้ได้ถวายนามเกี่ยวกับพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ว่า พระพนัสบดี ศรีทวารวดี วัดพรหมทินใต้


โบราณสถานวัดพรหมทินใต้

           โบราณสถานวัดพรหมทินใต้ ประกอบไปด้วยแนวกำแพงรอบนอกทั้งสองด้าน และด้านในก็มีแนวกำแพงล้อมรอบตัวโบราณสถานและมีใบเสมา ส่วนด้านหลังนั้นมีฐานเจดีย์ 3 องค์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินดิน ซากโบราณสถานก่อด้วยอิฐ มีประวัติการสร้างที่ยาวนานนับพันปี เป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และและภายในพระอุโบสถนั้นประกอบไปด้วยพระประธานและพระพุทธรูปอื่นๆอีกหลายองค์ ตัวพระอุโบสถนั้นสร้างด้วยสังกะสีที่ชาวบ้านสร้างพรหมทินใต้ร่วมกันสร้างขึ้น ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ที่สำคัญอีกที่หนึ่ง


พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายใน

ปัจจุบันตัวของโบราณสถานวัดพรหมทินใต้นั้นชาวบ้านเรียนว่าโบสถ์เก่าที่ชาวบ้านร่วมใจกันสร้างโดยใช้สังกะสี และนำพระพุทธรูปไปประดิษฐานเอาไว้ภายใน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อโบสถ์ ซึ่งตัวโบราณสถานไม่มีการปรับแต่งหรือเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะเพื่อเป็นการอนุรักษ์โบราณสถานเอาไว้ให้คงเดิมจนถึงปัจจุบัน และมีการปลูกฝังให้ลูกหลานรู้จักการอนุรักษ์และพัฒนาท้องถิ่น ทั้งทางด้านพิธีกรรมและประเพณีที่สื่บทอดกันมาแต่โบราณ


หลุมขุดค้นทางโบราณคดี

           ในปี พ.ศ. 2547 ผศ.ดร.ธนิก เลิศชาญฤทธิ์ นำคณะนักศึกษาจากภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ทำการขุดค้นบริเวณด้าน ทิศตะวันตกของ พระอุโบสถ หลักฐานที่พบได้แก่โครงกระดูกมนุษย์ สิ่งที่พบร่วมกับโครงกระดูก เช่น ภาชนะดินเผารูปทรงต่างๆ (เกือบทั้งหมด มีการตกแต่งผิวด้วยการขัดมัน) ชั้นดินมีความหนาเฉลี่ยประมาณ 100 เซนติเมตร เป็นชั้นที่วางตัวอยู่ถัดขึ้นมาจากชั้นดินก่อนสมัยประวัติศาสตร์ตอนปลายหลักฐานที่พบ เช่น ภาชนินเผาแบบต่างๆโดยเฉพาะภาชนะแบบมีสัน ลูกปัดแก้ว เบี้ยดินเผา ชิ้นส่วนพวยกา หินดุ ฯลฯ (ราวพุทธศตวรรษที่ 11-13)

SRRT-อำเภอโคกสำโรง - หน้าหลัก
 
This website optimize resolution best view for 1024 x 768
จัดทำและพัฒนาโดย กลุ่มงานควบคุมโรคและระบาดวิทยา
คปสอ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี
Email - aecom2007@hotmail.com